หุ้นไทยปิดพุ่ง 11.93 จุด หลายประเทศใช้นโยบายการเงิน-การคลังพยุงศก.

หุ้นไทยปิดพุ่ง

หุ้นไทยปิดพุ่ง 11.93 จุด หลายประเทศใช้นโยบายการเงิน-การคลังพยุงศก.

หุ้นไทยปิดพุ่ง การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยทำระดับสูงสุด 1,103.59 จุด และทำระดับค่อนข้างต่ำสุด 1,072.94 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 602 หลักทรัพย์ ลดลง 455 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 407 หลักทรัพย์

นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้น รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติอนุมัติมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 วงเงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว ทำให้ดัชนีฯสามารถขึ้นทดสอบระดับ 1,100 จุดได้ในระหว่างวัน ซึ่งเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจนี้เชื่อว่ามาช่วยบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แต่ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสและความเชื่อมั่นธุรกิจยังไม่ได้รับการแก้ไขชัดเจน ดังนั้น มาตรการจากทั้งนโยบายการเงิน และนโยบายการคลังจึงเป็นการกระตุ้นการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นเท่านั้น

ส่วนบ้านเรายังต้องจับตามาตรการใหม่ๆภายใต้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์เร่งด่วน ที่จะทยอยออกมานั้น จะช่วยหยุดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้หรือไม่ โดยดูที่จำนวนผู้ติดเชื้อโรค ดังนั้น จึงยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนเรื่องที่แบงก์ชาติปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็น -5.3% ถือว่าแรงกว่าโบรกเกอร์ทุกสำนักคาดการณ์ ซึ่งคงจะเป็นการมองกรณีเลวร้าย หากคาดการณ์ GDP ที่ 0% จะทำให้ EPS ของตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 80 บาท/หุ้น ซึ่งถ้า GDP ต่ำกว่าก็จะต้องปรับลด EPS อีก ในแง่ความเสี่ยงหุ้นมอง upside มีไม่มาก และก็ downside ก็ไม่มากแล้วเหมือนกัน จากที่หุ้นได้ปรับตัวลงไปมากแล้วจนหุ้นบางตัวต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่ก็ยังเคลื่อนไหวในแดนบวกกัน ขณะที่ตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้ต่างติดลบ

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (27 เดือนมีนาคม) นายสุโชติ กล่าวว่า ให้จับตาจำนวนเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากสหรัฐว่าจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐตอบรับได้มากแค่ไหน พร้อมให้แนวรับ 1,080-1,040 จุด ส่วนแนวต้าน 1,100-1,120 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ อย่างเช่น
หุ้นไทยปิดพุ่ง 11.93 จุด หลายประเทศใช้นโยบายการเงิน-การคลังพยุงศก.

หุ้นไทยปิดพุ่ง การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยทำระดับสูงสุด 1,103.59 จุด และทำระดับค่อนข้างต่ำสุด 1,072.94 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 602 หลักทรัพย์ ลดลง 455 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 407 หลักทรัพย์

นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้น รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติอนุมัติมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 วงเงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว ทำให้ดัชนีฯสามารถขึ้นทดสอบระดับ 1,100 จุดได้ในระหว่างวัน ซึ่งเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจนี้เชื่อว่ามาช่วยบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แต่ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสและความเชื่อมั่นธุรกิจยังไม่ได้รับการแก้ไขชัดเจน ดังนั้น มาตรการจากทั้งนโยบายการเงิน และนโยบายการคลังจึงเป็นการกระตุ้นการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นเท่านั้น

ส่วนบ้านเรายังต้องจับตามาตรการใหม่ๆภายใต้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์เร่งด่วน ที่จะทยอยออกมานั้น จะช่วยหยุดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้หรือไม่ โดยดูที่จำนวนผู้ติดเชื้อโรค ดังนั้น จึงยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนเรื่องที่แบงก์ชาติปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็น -5.3% ถือว่าแรงกว่าโบรกเกอร์ทุกสำนักคาดการณ์ ซึ่งคงจะเป็นการมองกรณีเลวร้าย หากคาดการณ์ GDP ที่ 0% จะทำให้ EPS ของตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 80 บาท/หุ้น ซึ่งถ้า GDP ต่ำกว่าก็จะต้องปรับลด EPS อีก ในแง่ความเสี่ยงหุ้นมอง upside มีไม่มาก และก็ downside ก็ไม่มากแล้วเหมือนกัน จากที่หุ้นได้ปรับตัวลงไปมากแล้วจนหุ้นบางตัวต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่ก็ยังเคลื่อนไหวในแดนบวกกัน ขณะที่ตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้ต่างติดลบ

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (27 เดือนมีนาคม) นายสุโชติ กล่าวว่า ให้จับตาจำนวนเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากสหรัฐว่าจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐตอบรับได้มากแค่ไหน พร้อมให้แนวรับ 1,080-1,040 จุด ส่วนแนวต้าน 1,100-1,120 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ อย่างเช่น

BAM มูลค่าการซื้อขาย 5,212.00 ล้านบาท ปิดที่ 18.40 บาท ลดลง 0.60 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,435.20 ล้านบาท ปิดที่ 31.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,733.94 ล้านบาท ปิดที่ 67.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท

ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,336.69 ล้านบาท ปิดที่ 202.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,180.86 ล้านบาท ปิดที่ 59.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

แหล่งที่มา
BAM มูลค่าการซื้อขาย 5,212.00 ล้านบาท ปิดที่ 18.40 บาท ลดลง 0.60 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,435.20 ล้านบาท ปิดที่ 31.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,733.94 ล้านบาท ปิดที่ 67.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท

ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,336.69 ล้านบาท ปิดที่ 202.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,180.86 ล้านบาท ปิดที่ 59.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

แหล่งที่มา ryt9

ตลาดหุ้นเอเชีย ขานรับทำเนียบขาว-เฟดออกมาตรการสู้

ตลาดหุ้นเอเชีย

ตลาดหุ้นเอเชีย ขานรับทำเนียบขาว-เฟดออกมาตรการสู้

ตลาดหุ้นเอเชีย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นกว่า 1,000 จุดเมื่อคืน โดยได้แรงหนุนจาก

มาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ และจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศแผนซื้อคืนพันธบัตรเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงิน โดยมาตรการเหล่านี้

มีเป้าหมายที่จะลดผลพวงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 17,154.08 จุด เพิ่มขึ้น 142.55 จุด, +0.84%

ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 2,792.32 จุด เพิ่มขึ้น 12.68 จุด, +0.46%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 23,023.34 จุด ลดลง 240.39 จุด, -1.03%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 1,686.12 จุด เพิ่มขึ้น 13.68 จุด+0.82%

ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,453.98 จุด เพิ่มขึ้น 14.35 จุด, +0.15%

ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 2,472.53 จุด เพิ่มขึ้น 18.00 จุด, +0.73%

ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,254.43 จุด ลดลง 2.15 จุด, -0.17%

ด้านนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ประกาศว่า รัฐบาลจะมอบเงินจากกองทุนฉุกเฉินให้แก่ชาวอเมริกันในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่ภาคธุรกิจสามารถเลื่อน

ขณะที่ เฟด สาขานิวยอร์กประกาศซื้อคืนพันธบัตรวงเงิน 5 แสนล้านดอลลาร์เมื่อวานนี้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงิน โดยการดำเนินการดังกล่าวมีขึ้น

แหล่งที่มา kaohoon

ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในเรื่องBAM ปรับตัวลดลงอย่างหนัก

ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในเรื่องBAM

ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในเรื่องBAM  ปรับตัวลดลงอย่างหนัก

ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในเรื่องBAM  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ณ เวลา 11.29 น. อยู่ที่ระดับ 16.60 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 6.41% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 3.47 พันล้านบาท คาดเด้งกลับหลังราคาหุ้นปรับตัวทำออลไทม์โลว์ตั้งแต่เข้าตลาดฯช่วงวันที่ 16 เดือนธันวาคม62

บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า คาดผลประกอบการปี 63 จะอ่อนตัวลง ส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า เนื่องจากในปี 62 มีการขายทอดตลาดหลักประกัน และการขายทรัพย์ รอการขายชิ้นใหญ่ ทำให้รายได้และผลกำไรค่อนข้างสูง ช่วงเวลาที่ในปี 63 จะกลับมาอยู่ในระดับปกติ ขณะที่อีกปัจจัยหนึ่งคือภาวะเศรษฐกิจที่อาจถดถอยได้ตามเศรษฐกิจโลก เนื่องจากการระบาดของ CPVID-19 ซึ่งอาจกระทบการขายทอดตลาดหลักประกัน และอาจทำให้รายได้และกำไรต่ำกว่าที่คาด

แม้ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอาจส่งผลลบต่อผลประกอบการระยะสั้น แต่แนวโน้มระยะยาวจะดีขึ้น เนื่องจากคุณภาพหนี้ของสถาบันการเงินที่แย่ลงจะส่งผลดีต่อบริษัทบริหาร สินทรัพย์ 2 ด้าน

คือ ปริมาณการขาย NPL เพิ่มสูงขึ้น ทำให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถซื้อ NPL ได้มากขึ้น หรือสามารถเลือกทรัพย์ที่จะทำการซื้อได้ดีขึ้น หาก Supply จากการขาย NPL พิ่มมากขึ้น อาจทำให้ราคาขายลดลง และกำไรจากการลงทุนใน NPL ดีขึ้น ระยะเวลาคืนทุนอาจน้อยลง ทั้งนี้หากบริษัทสามารถซื้อหนี้ได้เพิ่มขึ้นหรือซื้อด้วยต้นทุนที่ต่ำลงจริง ปัจจัยดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเริ่มส่งผลบวกให้เห็นได้ชัดเจนในช่วง 2-3 ปีหลังจากนี้

มองว่าราคาหุ้นที่ผันผวนตามภาวะตลาด และผลประกอบการที่อาจอ่อนตัวจากภาวะเศรษฐกิจเป็นปัจจัยระยะสั้น แต่ภาพธุรกิจในระยะยาวยังเป็นบวก ยังคงราคาเป้าหมายที่ 28.5 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ” นอกจากนี้ยังรอการประกาศจ่ายปันผล ซึ่งเราคาดไว้ที่ 1.28 บาท คิดเป็น Dividend Yield เทียบราคาหุ้นปัจจุบันที่ 8% แนะนำ

แหล่งที่มา kaohoon