บรรยากาศการซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ตลอดทั้งวันปิดเพิ่มขึ้น 18.71 จุด แตะ 1,377.00 จุด

หุ้นไทยปิดบวก

หุ้นไทยปิดบวก สำหรับการซื้อขายใน ตลาดค้าหุ้น ตลอดทั้งวันก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ปิดตลาดดัชนีปรับตัวมากขึ้น 18.71 จุด แตะ 1,377.00 จุด มูลค่าซื้อขาย 64,234.77 ล้านบาท

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐปัจจุบัน เมื่อเวลา 16.58 น. มีดังนี้ ดอลลาร์สหรัฐ รับซื้อที่ 31.24 บาท ขายออก 31.71 บาท

หุ้นไทยปิดตลาดตอนเช้า ปรับลด 18.32 ดัชนีอยู่ที่ 1,238.34 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 28,618.89 ล้านบาท

หุ้นไทยปิดตลาดตอนเช้า

หุ้นไทยปิดตลาดตอนเช้า ปรับลด 18.32 ดัชนีอยู่ที่ 1,238.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 28,618.89 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 5 พฤษภาคม 63 ช่วงครึ่งวันยามเช้า พบว่า ดัชนีปรับลด 18.32 จุด เปลี่ยน -1.41% ดัชนีอยู่ที่ 1,238.34 จุด ราคาการซื้อขาย 28,618.89 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 ลำดับแรก อย่างเช่น 1. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย สำรวจและก็ผลิตน้ำมันปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 4. บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน)

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : thairath

ปิดบวก ผันผวนตามสถานการณ์น้ำมัน/สัปดาห์หน้าคาดฟื้นตัวต่อรับแรงหนุนกองทุน SSF

ปิดบวก

ปิดบวก ผันผวนตามสถานการณ์น้ำมัน/สัปดาห์หน้าคาดฟื้นตัวต่อรับแรงหนุนกองทุน SSF

ปิดบวก ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,138.84 จุด เพิ่มขึ้น 0.57 จุด (+0.05%) มูลค่าการซื้อขาย 59,760.26 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวทั้งแดนบวกและลบ โดยทำระดับสูงสุดที่ 1,156.59 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,130.54 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 514 หลักทรัพย์ ลดลง 602 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 371 หลักทรัพย์

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้น ไทยวันนี้ฟื้นตัว รับปัจจัยหนุนหลักจากกลุ่มพลังงาน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า ซาอุดีอา ระเบียและรัสเซียจะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามราคาน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตามในวันนี้ดัชนียังมีความผันผวนอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมัน ที่ผันผวนค่อนข้างมาก เนื่องจากทางรัสเซียได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า คาดว่าดันีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ต่อ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความคาดหวังเม็ดเงินกองทุนเพื่อการออมระยะยาว(SSF) พิเศษที่จะเริ่มเข้ามาในสัปดาห์หน้า แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีความระมัดระวัง เกี่ยวกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในช่วงไตรมาส 1/63 ที่จะทยอยออกมา โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ แนวรับ 1,133 จุด และแนวต้าน 1,177 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

PTT มูลค่าการซื้อขาย 9,502.33 ล้านบาท ปิดที่ 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 4,784.97 ล้านบาท ปิดที่ 79.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท

BAM มูลค่าการซื้อขาย 3,292.50 ล้านบาท ปิดที่ 21.10 บาท ลดลง 0.20 บาท

PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 2,441.39 ล้านบาท ปิดที่ 36.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท

TOP มูลค่าการซื้อขาย 1,769.01 ล้านบาท ปิดที่ 36.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท

แหล่งที่มา ryt9